Island Hopping เกาะเสม็ด → เกาะช้าง → เกาะหมาก → เกาะกูด
ถ้าคุณอยากเที่ยวทะเลไทยแบบ Island Hopping โดยไม่ต้องเลือกเพียงเกาะเดียว ฝั่งตะวันออกของประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่สามารถนำหลายเกาะมาออกแบบเป็นทริปเดียวได้ ตั้งแต่ เกาะเสม็ด เกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด
แต่ละเกาะมีบรรยากาศแตกต่างกันอย่างชัดเจน เกาะเสม็ดเหมาะกับการพักผ่อนริมทะเลและเป็นจุดเริ่มต้นที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ได้สะดวก เกาะช้างมีทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก และกิจกรรมหลากหลาย เกาะหมากมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน ส่วนเกาะกูดโดดเด่นด้วยชายหาด น้ำทะเล และธรรมชาติที่ยังคงความสงบ
Island Hopping 4 เกาะ คืออะไร?
Island Hopping คือการเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าหนึ่งเกาะในทริปเดียว แทนที่จะพักอยู่ที่เกาะเดียวตลอดทริป คุณสามารถแบ่งเวลาไปสัมผัสบรรยากาศของแต่ละเกาะ แล้วเดินทางต่อไปยังจุดหมายถัดไป
สำหรับฝั่งตะวันออก เส้นทางที่น่าสนใจคือ เกาะเสม็ด → เกาะช้าง → เกาะหมาก → เกาะกูด
อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็น “เรือลำเดียววิ่งตรงทั้ง 4 เกาะ” แต่ควรวางแผนเป็น หลายช่วงการเดินทาง โดยเฉพาะช่วงที่เชื่อมระหว่างพื้นที่ระยองกับตราด และช่วงการเดินทางระหว่างเกาะในจังหวัดตราด
เส้นทาง Island Hopping ที่แนะนำ
Bangkok → Koh Samet → Koh Chang → Koh Mak → Koh Kood
เส้นทางนี้สามารถแบ่งออกเป็น 4 ช่วงหลัก
- กรุงเทพฯ → เกาะเสม็ด
- เกาะเสม็ด → เกาะช้าง
- เกาะช้าง → เกาะหมาก
- เกาะหมาก → เกาะกูด
สำหรับช่วงที่อยู่ในเครือข่ายฝั่งตราด Boonsiri มีเส้นทางที่เชื่อมต่อ เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด และแผ่นดินใหญ่ จึงสามารถนำเส้นทางเหล่านี้มาออกแบบเป็น Island Hopping ได้
1. เริ่มต้นที่เกาะเสม็ด
เกาะเสม็ด เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับคนที่เดินทางจากกรุงเทพฯ เพราะอยู่ในจังหวัดระยองและสามารถจัดเป็นช่วงแรกของทริปก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดตราด
บนเกาะมีชายหาดหลายแห่ง ร้านอาหาร คาเฟ่ และกิจกรรมทางทะเล จึงเหมาะสำหรับการใช้เวลา 1–2 คืนก่อนเดินทางต่อ
หากเป้าหมายของคุณคือการเที่ยวหลายเกาะ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาอยู่เกาะเสม็ดนานมาก เพราะไฮไลต์ของทริปนี้คือการค่อย ๆ เปลี่ยนบรรยากาศจากเกาะหนึ่งไปอีกเกาะหนึ่ง
2. จากเกาะเสม็ดไปเกาะช้าง
หลังจากเที่ยวเกาะเสม็ดแล้ว ช่วงถัดไปคือการเดินทางเข้าสู่จังหวัดตราด เพื่อไปยัง เกาะช้าง
ช่วงนี้ควรวางแผนเป็นการเดินทางแบบต่อเนื่อง เนื่องจากเกาะเสม็ดและเกาะช้างไม่ได้เป็นเส้นทางเรือตรงเดียวกันตลอดทั้งปี จึงควรตรวจสอบบริการและจุดเปลี่ยนพาหนะก่อนออกเดินทาง
เมื่อถึงเกาะช้างแล้ว คุณสามารถใช้เวลา 2–3 คืนเพื่อเที่ยวทั้งทะเลและธรรมชาติ
ทำไมต้องแวะเกาะช้าง?
เกาะช้างมีความแตกต่างจากเกาะเสม็ดอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้มีเพียงชายหาด แต่ยังมีภูเขา ป่า น้ำตก จุดชมวิว และชุมชนบนเกาะ
สำหรับคนที่ชอบกิจกรรม สามารถจัดเวลาเที่ยวทะเล ดำน้ำ หรือสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ของเกาะ ก่อนเดินทางต่อไปยังเกาะหมาก
หากคุณต้องการเดินทางต่อไปยังเกาะกูดโดยไม่ย้อนกลับเข้าฝั่ง สามารถวางแผนเส้นทางผ่านเกาะหมากได้
3. เกาะช้าง → เกาะหมาก
จากเกาะช้างเข้าสู่ เกาะหมาก คือช่วงที่บรรยากาศของทริปจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเกาะขนาดใหญ่ที่มีกิจกรรมหลากหลาย ไปสู่เกาะที่มีบรรยากาศสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
Boonsiri มีเส้นทางเชื่อมต่อ เกาะช้าง → เกาะหมาก สำหรับนักเดินทางที่ต้องการจัด Island Hopping ในพื้นที่ตราด
เกาะหมากจึงสามารถใช้เป็นจุดพักระหว่างเกาะช้างและเกาะกูดได้ โดยไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปยังกรุงเทพฯ หรือเดินทางกลับเข้าเมืองตราดก่อน
เกาะหมากเหมาะกับใคร?
เกาะหมากเหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการพักจากความวุ่นวาย ชายหาดและบรรยากาศบนเกาะมีความผ่อนคลาย เหมาะกับการพัก 1–2 คืน
กิจกรรมที่สามารถใส่ไว้ในแผน ได้แก่
- พักผ่อนริมชายหาด
- ปั่นจักรยานหรือสำรวจเกาะ
- พายเรือและกิจกรรมทางทะเล
- ชมพระอาทิตย์ตก
- ใช้เวลาแบบ Slow Travel
4. เกาะหมาก → เกาะกูด
ช่วงสุดท้ายของ Island Hopping คือการเดินทางจาก เกาะหมาก → เกาะกูด ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเที่ยวหลายเกาะในจังหวัดตราด
Boonsiri มีเส้นทาง เกาะหมาก → เกาะกูด ทำให้สามารถออกแบบเส้นทางต่อเนื่องจากเกาะช้าง ผ่านเกาะหมาก และเข้าสู่เกาะกูดได้
เกาะกูดจึงเหมาะที่จะเป็น จุดหมายปลายทางช่วงท้ายของทริป เพราะสามารถใช้เวลา 2–3 คืนพักผ่อนริมทะเล ก่อนเดินทางกลับแผ่นดินใหญ่
ทำไมควรจบที่เกาะกูด?
เกาะกูดมีบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนหลังจากเดินทางมาหลายจุด คุณสามารถใช้เวลาช่วงท้ายของทริปแบบไม่ต้องเร่งรีบ
กิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่
- พักผ่อนบนชายหาด
- เล่นน้ำทะเล
- ดำน้ำตื้น
- เที่ยวธรรมชาติและน้ำตก
- ชมพระอาทิตย์ตก
- พักรีสอร์ตและใช้เวลาริมทะเล
ตัวอย่างแผนเที่ยว 7 วัน
| วัน | สถานที่ | แผนเที่ยว |
|---|---|---|
| Day 1 | เกาะเสม็ด | เดินทางจากกรุงเทพฯ และพักผ่อนริมทะเล |
| Day 2 | เกาะเสม็ด | เที่ยวชายหาดและกิจกรรมทางทะเล |
| Day 3 | เกาะช้าง | เดินทางต่อเข้าสู่เกาะช้าง |
| Day 4 | เกาะช้าง | เที่ยวทะเล น้ำตก หรือจุดชมวิว |
| Day 5 | เกาะหมาก | เดินทางจากเกาะช้างและพักผ่อนบนเกาะหมาก |
| Day 6 | เกาะกูด | เดินทางต่อจากเกาะหมากไปเกาะกูด |
| Day 7 | เกาะกูด | เที่ยวทะเลและเดินทางกลับแผ่นดินใหญ่ตามตารางเรือ |
ถ้ามีเวลา 10 วัน ควรเพิ่มเวลาอย่างไร?
ถ้ามีเวลามากขึ้น แนะนำให้เพิ่มจำนวนคืนที่เกาะช้างและเกาะกูด เพราะทั้งสองเกาะมีพื้นที่และกิจกรรมให้เที่ยวได้มากกว่า 1–2 วัน
ตัวอย่างเช่น
- เกาะเสม็ด: 2 คืน
- เกาะช้าง: 3 คืน
- เกาะหมาก: 2 คืน
- เกาะกูด: 3 คืน
รูปแบบนี้เหมาะกับคนที่ไม่อยากเดินทางทุกวัน และต้องการให้ Island Hopping เป็นทริปพักผ่อนจริง ๆ
Island Hopping ฝั่งตราดกับ Boonsiri
เมื่อเข้าสู่พื้นที่จังหวัดตราด คุณสามารถออกแบบเส้นทางโดยใช้ เกาะช้าง → เกาะหมาก → เกาะกูด เป็นแกนหลักของการเดินทาง
เส้นทางที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
สำหรับคนที่ต้องการเดินทางจากแผ่นดินใหญ่ สามารถใช้ แหลมศอก → เกาะหมาก หรือเดินทางไปเกาะกูดโดยตรงจากแหลมศอก
เลือกเส้นทางตามสไตล์การเที่ยว
สายทะเลและกิจกรรม
ให้ใช้เวลาเกาะช้างมากขึ้น เพราะมีกิจกรรมหลากหลายทั้งทะเลและบนเกาะ จากนั้นเดินทางต่อไปเกาะหมากและเกาะกูด
สาย Slow Travel
เพิ่มคืนที่เกาะหมากและเกาะกูด ลดจำนวนกิจกรรมและใช้เวลาอยู่กับชายหาด ธรรมชาติ และที่พักมากขึ้น
สายเที่ยวหลายเกาะ
เน้นการเปลี่ยนเกาะทุก 1–2 วัน เส้นทาง เกาะเสม็ด → เกาะช้าง → เกาะหมาก → เกาะกูด จะทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างกันถึง 4 เกาะ
สิ่งที่ต้องวางแผนก่อนทำ Island Hopping
- เช็กตารางเรือทุกช่วง ก่อนจองที่พัก เพราะแต่ละเส้นทางมีตารางให้บริการแตกต่างกัน
- อย่าจัดตารางแน่นเกินไป ควรเผื่อเวลาสำหรับการเปลี่ยนเรือและรถ
- ตรวจสอบจุดขึ้นเรือ ให้ตรงกับตั๋วและเส้นทางที่จอง
- วางแผนขากลับก่อนเดินทางไปเกาะสุดท้าย โดยเฉพาะหากมีเที่ยวบินหรือรถไฟที่ต้องต่อ
- ตรวจสอบสภาพอากาศ เพราะการเดินทางทางทะเลอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ
Island Hopping ไม่จำเป็นต้องเที่ยวครบ 4 เกาะ
แม้เส้นทาง เกาะเสม็ด → เกาะช้าง → เกาะหมาก → เกาะกูด จะเหมาะสำหรับคนที่มีเวลามาก แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเที่ยวครบทั้ง 4 เกาะ
ถ้ามีเวลา 4–5 วัน คุณอาจเลือกเฉพาะ เกาะช้าง → เกาะหมาก → เกาะกูด เพื่อให้มีเวลาเที่ยวแต่ละเกาะมากขึ้น
หรือถ้ามีเวลาไม่มาก การเลือกเพียง 2 เกาะก็สามารถทำให้ทริปมีความหลากหลายได้ เช่น เกาะช้าง → เกาะกูด
ดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก เกาะช้าง → เกาะกูด
วางแผน Island Hopping ฝั่งตะวันออกกับ Boonsiri
จุดสำคัญของการเที่ยวหลายเกาะไม่ใช่แค่การหาตั๋วเรือแต่ละเที่ยว แต่คือการมองภาพรวมของการเดินทางตั้งแต่ ต้นทาง → ท่าเรือ → เกาะแรก → เกาะถัดไป → จุดหมายสุดท้าย
สำหรับฝั่งตะวันออก คุณสามารถนำเครือข่ายเส้นทางของ Boonsiri มาประกอบเป็นแผนการเดินทางระหว่าง เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด และแหลมศอก ได้
หากต้องการตรวจสอบตารางเวลาและวางแผนการเดินทางล่าสุด ดูข้อมูลได้ที่ Boonsiri Ferry
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Island Hopping ฝั่งตะวันออก
สามารถเที่ยวเกาะเสม็ด เกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูดในทริปเดียวได้ไหม?
สามารถวางแผนเป็นทริปเดียวได้ แต่ควรแบ่งการเดินทางออกเป็นหลายช่วงและตรวจสอบตารางเดินทางของแต่ละช่วงก่อนจอง
ควรเริ่ม Island Hopping จากเกาะไหน?
หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถเริ่มจากเกาะเสม็ดแล้วเดินทางเข้าสู่จังหวัดตราด หรือเลือกเริ่มจากเกาะช้าง เกาะหมาก หรือเกาะกูดโดยตรงก็ได้ ขึ้นอยู่กับเวลาและเส้นทางที่ต้องการ
เกาะช้างไปเกาะหมากได้ไหม?
ได้ Boonsiri มีเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเกาะช้างและเกาะหมาก สามารถนำมาใช้วางแผน Island Hopping ได้
เกาะหมากไปเกาะกูดได้ไหม?
ได้ มีเส้นทางเชื่อมต่อเกาะหมากและเกาะกูด ซึ่งเหมาะสำหรับการเดินทางต่อโดยไม่ต้องย้อนกลับเข้าแผ่นดินใหญ่
ถ้ามีเวลาไม่ถึง 7 วันควรเที่ยวกี่เกาะ?
ไม่จำเป็นต้องเที่ยวครบ 4 เกาะ หากมีเวลาน้อย การเลือก 2–3 เกาะจะช่วยให้มีเวลาเที่ยวและพักผ่อนมากขึ้น
ต้องจองเรือทุกช่วงแยกกันหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับเส้นทางและบริการที่เปิดให้จองในช่วงเวลานั้น ควรตรวจสอบเส้นทางและตารางล่าสุดของ Boonsiri ก่อนวางแผน
ไทย
ENGLISH
KHAMER
简体中文
Русский
Deutsch
Tiếng Việt
Français
日本語
Português
Español
Italiano